Get Adobe Flash player

ลงชื่อเข้าใช้

๑.  ประวัติความเป็นมา

                ๑.๑  ประวัติ  ความเป็นมา/วัตถุประสงค์  ความสำคัญของหน่วยงาน

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ   ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานนาม

   เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ นายจำรูญ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับพ่อค้าประชาชน และสมาชิกผู้แทนราษฏรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอจัดตั้งวิทยาลัยครูขึ้น กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วอนุมัติให้สร้างวิทยาลัยครูขึ้นที่จังหวัด เพชรบูรณ์โดยประกาศตั้งเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๖ และได้แต่งตั้งให้ นายน้อย สีป้อ อาจารย์เอก วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม พิษณุโลก มารักษาการในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่วิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๖ และได้รับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา ๒๕๑๙ โดยรับผิดชอบการศึกษาในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิจิตร

 วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๑๘ มีการประกาศใช้ " พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พุทธศักราช ๒๕๑๘"วิทยาลัยครูจึงได้รับการยกฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการพ.ศ. ๒๕๒๗มีประกาศใช้ " พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๒๗ มีผลให้วิทยาลัยครูสามารถผลิตบัณฑิตสาขาวิชาอื่นที่ไม่ใช่วิชาชีพครูได้

พ.ศ. ๒๕๒๘ สภาการฝึกหัดครู ได้กำหนดข้อบังคับว่าด้วยกลุ่มวิทยาลัยครูให้เรียกกลุ่มวิทยาลัยครู ซึ่งประกอบด้วยวิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ วิทยาลัยครูพิบูลสงครามวิทยาลัยครูนครสวรรค์ และวิทยาลัยครูกำแพงเพชร ว่า สหวิทยาลัยพุทธชินราช สำนักงานสหวิทยาลัยครูตั้งอยู่ที่วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม
               พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยกรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯและพระองค์ท่านก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่า " สถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์ " ซึ่งแนวโน้มจะต้องปรับเปลี่ยนสภาพให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏมาตรา คือให้สถาบันราชภัฏเป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการและเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัย ให้การบริการทางวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒธรรม ผลิตครู ส่งเสริมวิทยฐานะครูและบุคลากรประจำการสถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์เปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สาขาศิลปศาสตร์และสาขาวิชานิติศาสตร์สำหรับการศึกษาภาคปกติ การศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการและการศึกษาสำหรับปวงชน ( กศ.บป. กศ.ปช. ระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี ๒ ปีและปริญญา         ๔ ปี)

 พ.ศ. ๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกสา เริ่มใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๓๘

 

งานประชาสัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์  มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ขององค์กรให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างกว้างขวางให้มากที่สุด   โดยใช้ช่องทางของสื่อประชาสัมพันธ์ ต่าง ๆ อาทิ การประกาศเสียงตามสาย การจัดรายการวิทยุการผลิตหนังสือพิมพ์ราชภัฏเพชรบูรณ์โพสต์ จดหมายข่าว เว็ปไซต์ ฯลฯ  การทำงานของทีมงานงานประชาสัมพันธ์ ทุกคนตระหนัก เสมอในด้านความเร็วถูกต้องและชัดเจน วิสัยทัศน์ งานประชาสัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 

                อย่างไรก็ตาม  ในปี ๒๕๕๑  เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพและเอื้อต่อการบริหารจัดการภายใน  จึงได้รวมงานต้อนรับและงานกิจกรรมสัมพันธ์ไว้ด้วยกัน  ทำให้การแบ่งส่วนงานจำนวน  ๔  งาน  ได้แก่

๑.      งานแผนงานและพัฒนาระบบ 

๒.    งานผลิตและเผยแพร่ 

๓.  งานธุรการ 

๔.  งานสถานีวิทยุกระจายเสียง  

 

                ๑.๒  ปรัชญา

                                "รวดเร็ว  ฉับไว  ก้าวไกลเทคโนโลยี

               

                ๑.๓  วิสัยทัศน์

เพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ได้วางไว้                งานประชาสัมพันธ์จึงได้นำมาเป็นแนวทางในการกำหนดวิสัยทัศน์การประชาสัมพันธ์  "รวดเร็ว ฉับไว ก้าวไกลเทคโนโลยี

 

                ๑.๔  พันธกิจ

                งานประชาสัมพันธ์  มีพันธกิจที่สำคัญ  ที่จะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จเพื่อให้สามารถบรรลุสู่วิสัยทัศน์  พันธกิจ  ประกอบด้วย

๑.เป็นสื่อกลางเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล / ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวและผลงานของมหาวิทยาลัย    ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย  (เว็บไซต์  www.pcru.ac.th)  เว็บไซต์อื่นๆ  สื่อมวลชนและช่องทางการสื่อสารต่างๆ ให้เป็นที่รู้จัก  เข้าใจ   มีทัศนคติและภาพลักษณ์ที่ดี    เกิดความเชื่อถือจากสังคมภายนอกมหาวิทยาลัย

๒.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลและหน่วยงานต่างๆ  อันจะนำมาซึ่งความสนับสนุนกิจการของมหาวิทยาลัย 

๓.เสนอข่าวสาร  ข้อมูลต่อประชาคมภายใน  เพื่อให้เกิดความเข้าใจ  ความรัก  ความศรัทธา  ภาคภูมิใจ  และผูกพันต่อมหาวิทยาลัย

๔.รวบรวมความคิดเห็นและสำรวจประชามติ  รวมทั้งแก้ไขปัญหาความเข้าใจผิด  อันอาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อมหาวิทยาลัย